Browse By

Monthly Archives: November 2025

การยกน้ำหนักในโอลิมปิกสมัยใหม่ ปรับกติกาอย่างไรให้ปลอดภัยและโปร่งใส

การยกน้ำหนักในโอลิมปิกสมัยใหม่ ปรับกติกาอย่างไรให้ปลอดภัยและโปร่งใส บทนำ: จากเหล็กสู่เวทีแห่งเกียรติยศ กีฬายกน้ำหนักถือเป็นหนึ่งในกีฬาที่เก่าแก่ที่สุดในโอลิมปิกและยังเป็นหนึ่งในไม่กี่ชนิดที่สะท้อน “พลังของมนุษย์” ได้อย่างชัดเจนที่สุดแต่ในโลกยุคใหม่ กีฬานี้ไม่ได้วัดแค่ความแข็งแรงอีกต่อไป —มันต้องวัด ความซื่อสัตย์ ความปลอดภัย และความโปร่งใสของระบบการแข่งขัน “เหล็กไม่เคยโกหก — มันบอกความจริงของร่างกายและจิตใจในเสี้ยววินาที”— โค้ชทีมชาติไทย 1. วิวัฒนาการของกีฬายกน้ำหนักในโอลิมปิก กีฬายกน้ำหนักเริ่มเข้าสู่โอลิมปิกตั้งแต่ปี 1896 ที่กรุงเอเธนส์ในยุคนั้นยังไม่มีรุ่นน้ำหนักหรือการแบ่งประเภทเพศอย่างชัดเจนแต่เมื่อโลกกีฬาเติบโตขึ้น การแข่งขันก็ต้องพัฒนาให้ทันสมัยและเป็นธรรมมากขึ้น 🔹 เหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ ปี เหตุการณ์ 1896 ยกน้ำหนักจัดครั้งแรกในโอลิมปิกยุคใหม่ 1920 เริ่มใช้รุ่นน้ำหนักในการแข่งขัน 1988 เพิ่มประเภทหญิงเข้าสู่การแข่งขันอย่างเป็นทางการ 2000 ปรับระบบคะแนนรวม Snatch + Clean & Jerk 2020 (โตเกียว) ปรับระบบชั่งน้ำหนักใหม่ และใช้เทคโนโลยีจับภาพแบบ AI “ทุกครั้งที่โอลิมปิกเปลี่ยน

รายการชิงแชมป์โลก (IWF World Championships) – เวทีแห่งเกียรติยศ

รายการชิงแชมป์โลก (IWF World Championships) – เวทีแห่งเกียรติยศ บทนำ: ความยิ่งใหญ่ของเวทีโลก ในโลกของกีฬายกน้ำหนัก ไม่มีเวทีไหนยิ่งใหญ่ไปกว่า IWF World Championshipsหรือที่รู้จักกันว่า “ศึกชิงแชมป์โลกของสหพันธ์ยกน้ำหนักนานาชาติ (International Weightlifting Federation – IWF)” ที่นี่คือสนามที่รวมสุดยอดนักยกจากทั่วโลกกว่า 100 ประเทศมาชิงเหรียญทองที่ไม่ใช่แค่สัญลักษณ์แห่งชัยชนะแต่คือ “เกียรติยศของชาติ” ที่ต้องแลกมาด้วยเหงื่อและแรงใจ “เหล็กทุกกิโลบนเวทีโลกมีค่านับพันครั้งที่เรายกในห้องฝึก”— นักยกทีมชาติไทย 1. ประวัติของ IWF World Championships การแข่งขันยกน้ำหนักชิงแชมป์โลกเริ่มต้นครั้งแรกในปี 1891 ที่ลอนดอนโดยในยุคแรกยังเป็นรายการเฉพาะผู้ชายเท่านั้นจนกระทั่งปี 1987 ได้มีการเพิ่มประเภทหญิงเข้าแข่งขันอย่างเป็นทางการ ปัจจุบันรายการนี้จัดขึ้นทุกปี ภายใต้การดูแลของ IWF (International Weightlifting Federation)และถือเป็นหนึ่งในสนามหลักที่ใช้สะสมคะแนนเพื่อเข้าร่วม โอลิมปิกเกมส์ 🔹 หมุดหมายสำคัญในประวัติศาสตร์

รีวิวจากนักยกไทยรุ่นใหม่ แรงบันดาลใจจากรุ่นพี่โอลิมปิก

รีวิวจากนักยกไทยรุ่นใหม่ แรงบันดาลใจจากรุ่นพี่โอลิมปิก บทนำ: พลังของการส่งต่อ ในทุกวงการกีฬา จะมี “รุ่นพี่ตำนาน” ที่สร้างแรงบันดาลใจให้รุ่นต่อไปและในกีฬายกน้ำหนักไทย — ชื่ออย่าง ปวีณา ทองสุก, พิมศิริ ศิริแก้ว, และ ศิริภุช กุลน้อยได้กลายเป็นแสงนำทางให้เยาวชนทั่วประเทศ จากเด็กต่างจังหวัดที่เคยดูการถ่ายทอดสดโอลิมปิกวันนี้พวกเขากลายเป็น “นักยกทีมชาติรุ่นใหม่”ที่ตั้งใจจะสานต่อเหล็กแห่งความภาคภูมิใจของชาติไทย “ทุกครั้งที่เห็นพี่ปวีณายกธงชาติไทย ผมบอกตัวเองว่า วันหนึ่งผมจะยกแบบนั้นให้ได้”— เด็กชายภัทรดนัย, นักยกรุ่นเยาวชน ขอนแก่น 1. ตำนานที่เป็นแรงผลัก: รุ่นพี่โอลิมปิกของไทย 🔹 ปวีณา ทองสุก เหรียญทองโอลิมปิก 2004 ที่กรุงเอเธนส์ — สาวจากสุพรรณบุรีเธอคือผู้หญิงไทยคนแรกที่ “ยกธงชาติไทยขึ้นเหนือหัว”และกลายเป็นสัญลักษณ์ของความกล้าในยุคที่ผู้หญิงยังถูกมองว่า “ยกเหล็กไม่ได้” “พี่ปวีณาเหมือนแสงไฟที่จุดในใจผม มันบอกว่าความสำเร็จของคนบ้าน ๆ ก็ยิ่งใหญ่ได้”— นักยกชายรุ่น 73 กก.,

การใช้ศูนย์ฝึกกีฬาแห่งชาติศรีสะเกษ ศูนย์กลางของนักยกไทย

การใช้ศูนย์ฝึกกีฬาแห่งชาติศรีสะเกษ ศูนย์กลางของนักยกไทย บทนำ: ศรีสะเกษ เมืองเล็กที่มีหัวใจใหญ่ ในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา “ศรีสะเกษ” ได้กลายเป็นชื่อที่คุ้นหูของคนไทยในวงการกีฬาไม่เพียงเพราะนักมวยแชมป์โลก “ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น”แต่ยังเป็นเพราะที่นี่คือบ้านของ ศูนย์ฝึกกีฬาแห่งชาติศรีสะเกษหนึ่งในศูนย์ฝึกที่ยิ่งใหญ่และครบวงจรที่สุดในประเทศไทยโดยเฉพาะสำหรับ “นักยกน้ำหนักทีมชาติไทย” ที่นี่คือสถานที่ที่หล่อหลอมความฝันจากเด็กบ้านนา ให้กลายเป็น “ฮีโร่เหรียญทองโอลิมปิก” “ทุกเหงื่อที่หยดในศรีสะเกษ คือก้าวแรกสู่โพเดียมโลก”— โค้ชทีมชาติไทย 1. ประวัติศูนย์ฝึกกีฬาแห่งชาติศรีสะเกษ ศูนย์ฝึกกีฬาแห่งชาติศรีสะเกษ ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2549ภายใต้การสนับสนุนของ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.)และ สมาคมยกน้ำหนักสมัครเล่นแห่งประเทศไทย (TAWA) จุดประสงค์คือเพื่อสร้าง “ศูนย์กลางแห่งการฝึกซ้อมระดับชาติ”รองรับนักกีฬาจากทุกภูมิภาค โดยเฉพาะภาคอีสาน ซึ่งเป็นแหล่งผลิตนักยกชั้นยอดของไทย “ก่อนหน้านี้นักกีฬาต้องเดินทางเข้ากรุงเทพเพื่อฝึก แต่ศูนย์ศรีสะเกษทำให้ทุกคนมีโอกาสใกล้บ้าน”— ผู้บริหาร TAWA 2. โครงสร้างและสิ่งอำนวยความสะดวกของศูนย์ พื้นที่ของศูนย์ฝึกครอบคลุมกว่า 80 ไร่ บนถนนศรีสะเกษ–อุทุมพรพิสัยโดยมีทั้งสนามกลางแจ้ง, อาคารฝึกเฉพาะทาง, และที่พักนักกีฬา 🔹

เส้นทางสู่ทีมชาติไทย จากเยาวชนสู่เวทีโลก

เส้นทางสู่ทีมชาติไทย จากเยาวชนสู่เวทีโลก บทนำ: ทุกฮีโร่ทีมชาติ ล้วนเริ่มจากศูนย์ เบื้องหลังเหรียญทองโอลิมปิกของไทย ไม่ได้เริ่มต้นจากสนามแข่งขันใหญ่แต่เริ่มจาก ยิมเล็ก ๆ ในโรงเรียน / ศูนย์ฝึกเยาวชน / หรือบ้านไม้ในต่างจังหวัดนักยกน้ำหนักทีมชาติไทยส่วนใหญ่ ล้วนเคยเป็นเด็กที่เริ่มยกจากไม้กวาดก่อนจะยกเหล็กขึ้นเหนือหัวด้วยหัวใจที่หนักแน่นยิ่งกว่าแรงกาย “ผมไม่ได้เกิดมาแข็งแรง แต่ผมเกิดมาเพื่อพยายามทุกวัน”— นักยกเยาวชนทีมชาติ, จังหวัดสุรินทร์ 1. จุดเริ่มต้นของระบบพัฒนาเยาวชนไทย สมาคมยกน้ำหนักสมัครเล่นแห่งประเทศไทย (TAWA)ได้เริ่มสร้างระบบ “พัฒนาเยาวชน” อย่างจริงจังตั้งแต่ปี พ.ศ. 2545เพื่อค้นหาและปั้นนักกีฬารุ่นใหม่ให้ก้าวขึ้นสู่ทีมชาติ 🔹 เป้าหมายหลักของโครงการ “เราไม่ได้สร้างนักกีฬาชั่วคราว แต่สร้างเส้นทางอาชีพให้พวกเขา”— ผู้บริหาร TAWA 2. การคัดเลือกเยาวชนเข้าสู่ระบบ เส้นทางสู่ทีมชาติเริ่มจาก “การค้นหาเด็กที่มีศักยภาพ”โดยสมาคมร่วมกับ โรงเรียนกีฬา, อบจ., และ ศูนย์พละศึกษา ทั่วประเทศ 🔹 ขั้นตอนการคัดเลือก ขั้นตอน

การยกน้ำหนักหญิงในไทย เมื่อผู้หญิงก้าวข้ามขีดจำกัดทางเพศ

การยกน้ำหนักหญิงในไทย เมื่อผู้หญิงก้าวข้ามขีดจำกัดทางเพศ บทนำ: เมื่อผู้หญิงไม่ใช่เพียงผู้ชมข้างสนาม ครั้งหนึ่ง “ยกน้ำหนัก” เคยถูกมองว่าเป็นกีฬาของผู้ชายแต่ประเทศไทยคือหนึ่งในไม่กี่ประเทศในเอเชียที่ผู้หญิงลุกขึ้นมาเปลี่ยนความคิดนั้นพวกเธอยกเหล็กด้วยหัวใจที่เข้มแข็งกว่ากล้ามเนื้อใด ๆ จาก ปวีณา ทองสุก, พิมศิริ ศิริแก้ว, ถึง รัตติกาล สินธุวรรณ และเยาวชนรุ่นใหม่ทุกคนต่างพิสูจน์ว่า “เพศไม่ได้กำหนดขีดจำกัดของพลัง” “ทุกครั้งที่ฉันยกเหล็ก มันไม่ใช่การแข่งกับใคร แต่คือการแข่งกับคำว่า ‘ผู้หญิงทำไม่ได้’”— พิมศิริ ศิริแก้ว, เหรียญเงินโอลิมปิก ลอนดอน 2012 1. จุดเริ่มต้นของการยกน้ำหนักหญิงไทย ย้อนกลับไปก่อนปี 1990 กีฬายกน้ำหนักในไทยเป็นกิจกรรมที่จำกัดอยู่ในหมู่ผู้ชายแต่เมื่อสมาคมยกน้ำหนักสมัครเล่นแห่งประเทศไทย (TAWA) เริ่มเห็นศักยภาพของนักกีฬาหญิงได้มีการเปิด “โครงการพัฒนานักยกหญิง” ขึ้นในปี 2537 ช่วงเวลาเพียง 10 ปีต่อมา นักยกหญิงไทยก็สร้างชื่อระดับโลกโดยเฉพาะ ปวีณา ทองสุก ผู้คว้าเหรียญทองโอลิมปิก เอเธนส์